Antivirus Bitdefender

   

     Bitdefender เป็นซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดังที่โดดเด่นด้านคะแนนการตรวจจับไวรัสมาโดยตลอด ถ้าใครติดตามเรื่องผลการทดสอบแอนตี้ไวรัสจากเว็บไซต์ AV-Test มาบ้าง ก็คงพอทราบว่า Bitdefender ได้คะแนนอันดับต้นๆ แต่นอกจากคะแนนแอนตี้ไวรัสแล้ว Bitdefender ยังมีแง่มุมที่น่าสนใจอีกหลายอย่างในรายละเอียดด้านล่างต่อไปนี้

( Ref: http://www.toptenreviews.com/software/security/best-antivirus-software/ )

ต้นกำเนิดของ Bitdefender

     Bitdefender เป็นบริษัทจากประเทศโรมาเนีย ต้นกำเนิดของบริษัทมาจากผู้ก่อตั้ง Florin Talpes ทำธุรกิจออกแบบระบบคอมพิวเตอร์มาก่อนในยุค 1990s แต่ก็เจอปัญหาคู่แข่งเขียนไวรัสมากลั่นแกล้ง ดังนั้นเขาจึงพัฒนาระบบความปลอดภัยขึ้นมาใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ของตัวเอง จนพัฒนากลายมาเป็นธุรกิจ Bitdefender ในภายหลัง

     ตัวซอฟต์แวร์ Bitdefender เริ่มออกสู่ตลาดโลกในปี 2001 และสร้างนวัตกรรมหลายอย่างในวงการแอนตี้ไวรัส เช่น มีระบบ intelligence update เป็นรายแรก ซึ่งภายหลังคู่แข่งก็ทำตามกันหมด

ธุรกิจของ Bitdefender ในปัจจุบัน  Bitdefender ออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

1. แอนตี้ไวรัสสำหรับคอนซูเมอร์

2. ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับภาคธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business)

3. ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise)

4. ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับผู้ให้บริการ (Managed Service Provider หรือ MSP)

 

เกี่ยวกับโซลูชั่น Bitdefender

 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยสำหรับลูกค้าทั่วไป ใช้งานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Antivirus Plus, Internet Security, Total Security), ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Mobile Security) และระบบปฏิบัติการแมค (Mac)

 2. กลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยสำหรับลูกค้าองค์กร และธุรกิจขนาดเล็ก

 

ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับคอนซูเมอร์

     Bitdefender มีซอฟต์แวร์ครอบคลุมหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Windows, Mac และ Android ตัวซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ Antivirus Plus (แอนตี้ไวรัสพื้นฐาน), Internet Security (เพิ่มไฟร์วอลล์) และ Total Security (เพิ่มระบบแบ็คอัพและการเข้ารหัส)

     การทำงานของ Bitdefender ออกแบบมาให้ง่ายต่อการติดตั้ง เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านทั่วไปโดยเวอร์ชั่นนี้จะมาพร้อมกับระบบป้องกัน Ransomeware มัลแวร์ที่จะเข้าจู่โจมระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะทำการล็อคระบบ และแสดงข้อความลวง เพื่อให้ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเพื่อคืนระบบเข้าสู่ภาวะปกติ

Bitdefender ยังมีระบบ “One Click Optimizer” ที่ช่วยจัดการเนื้อที่ในหน่วยความจำ เพื่อให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้น เพียง “คลิก” เดียว

 

 

ซอฟต์แวร์ความปลอดภัยสำหรับตลาดองค์กร

  

     สำหรับซอฟต์แวร์ฝั่งองค์กรของ Bitdefender ใช้แบรนด์ GravityZone ทำตลาด โดยมีหลายรุ่นย่อยคือ Business (องค์กรขนาดเล็ก), Advanced Business (องค์กรขนาดกลาง) และ Enterprise (องค์กรขนาดใหญ่)

     จุดเด่นของ Bitdefender ฝั่งองค์กรคือมีทั้งซอฟต์แวร์แบบติดตั้งในเครื่อง (on premise) และใช้งานผ่านคลาวด์ (cloud) ให้เลือก ทั้งสองเวอร์ชันเหมือนกันทุกประการ (เวอร์ชันคลาวด์รันบน AWS) ในมุมมองของ Bitdefender มองว่าซอฟต์แวร์ความปลอดภัยในอนาคตจะเป็นคลาวด์ทั้งหมด จึงมุ่งไปที่คลาวด์เป็นหลัก แต่ก็ยังมีแบบ on premise ให้ถ้าลูกค้าต้องการ

     ปัจจุบัน Bitdefender บอกว่าตัวเองเป็นระบบความปลอดภัยผ่านคลาวด์ (cloud security) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้ากว่า 500 ล้านราย ตลาดนี้คู่แข่งสำคัญคือ Kaspersky ซึ่งในแง่ฟีเจอร์คงไม่ต่างกันนัก แต่ Bitdefender เหนือกว่าด้านคลาวด์

     ส่วนซอฟต์แวร์ระดับ Enterprise ก็มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งด้านการคุ้มครอง Endpoint (พีซี/เซิร์ฟเวอร์) และอุปกรณ์พกพา, การคุ้มครอง VM โดยมีพาร์ทเนอร์ทั้ง VMware, Microsoft, Citrix คู่แข่งสำคัญคือ Trend Micro แต่ Bitdefender มั่นใจว่าราคาถูกกว่า ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า คอนฟิกง่ายกว่า และมีระบบไลเซนส์ที่เรียบง่ายกว่า ลูกค้าในไทยก็มีหลายรายทั้งภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โทรคมนาคม เป็นต้น

 

     การทำงานของBitdefender Gravity Zone เป็นโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยสำหรับลูกค้าองค์กรเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับการอัพเดทการโจมตีผ่านมัลแวร์ในรูปแบบใหม่ๆ แบบ Real-Time เหมาะสำหรับระบบไอทีแบบผสมผสานที่มีโครงสร้างซับซ้อน โดยระบบสามารถปกป้องข้อมูลหลายระดับชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่กินพื้นที่ของเครื่องหรือหน่วยความจำ ตรวจจับการทำงาน สแกนไวรัสและมัลแวร์ได้อัตโนมัติ เมื่อเครื่องเปิดทิ้งไว้โดยไม่ถูกใช้งาน

Visitors: 6,973